เด็กบ้านเรียนแข่งกับในระบบได้ไหม
เด็ก homeschool เรียนแบบแฮปปี้ดี๊ด๊า แล้วจะสู้เด็กในระบบได้ไหม ตอบง่ายๆ เลยคือ สู้ได้ครับ ถ้าอยากสู้ เพราะมีบ้านเรียนหลายๆ บ้านสู้ได้ ติดหมอ ติดวิศวะกันก็มี ส่วนเส้นทางการไปสู่หมอหรือวิศวะจะดี๊ด๊าหรือเปล่าอันนั้นตอบไม่ได้ เพราะคงขึ้นกับการจัดการและทรัพยากรของแต่ละครอบครัว คือเราต้องรู้ก่อนว่าประตูเข้าหมอและวิศวะนั้นตัดสินกันด้วยคะแนนสอบ การเข้าไปเรียนก็ยังมุ่งเน้นวิชาคลาสสิคจำนวนมาก ซึ่งต้องผ่านการเรียนอย่างเข้มข้นในระดับมัธยมมาก่อน คือยังไงเราก็ต้องทำโจทย์มหาศาล คิดเลขให้ได้ ฟิสิกส์เคมีชีวะต้องแน่น คำนวณด้วยหัวได้เร็วกว่าเครื่องคิดเลข เพราะระบบยังใช้วิธีนี้ในการคัดเลือก และในการเรียนปีแรกๆ คือถ้าไม่แข็งไม่แน่น ต่อให้เข้าไปได้ ก็อาจจะไม่รอดตั้งแต่ปีหนึ่งนั่นแหละ
เด็ก homeschool เรียนแบบแฮปปี้ดี๊ด๊า แล้วจะสู้เด็กในระบบได้ไหม
 
ตอบง่ายๆ เลยคือ สู้ได้ครับ ถ้าอยากสู้ เพราะมีบ้านเรียนหลายๆ บ้านสู้ได้ ติดหมอ ติดวิศวะกันก็มี ส่วนเส้นทางการไปสู่หมอหรือวิศวะจะดี๊ด๊าหรือเปล่าอันนั้นตอบไม่ได้ เพราะคงขึ้นกับการจัดการและทรัพยากรของแต่ละครอบครัว คือเราต้องรู้ก่อนว่าประตูเข้าหมอและวิศวะนั้นตัดสินกันด้วยคะแนนสอบ การเข้าไปเรียนก็ยังมุ่งเน้นวิชาคลาสสิคจำนวนมาก ซึ่งต้องผ่านการเรียนอย่างเข้มข้นในระดับมัธยมมาก่อน คือยังไงเราก็ต้องทำโจทย์มหาศาล คิดเลขให้ได้ ฟิสิกส์เคมีชีวะต้องแน่น คำนวณด้วยหัวได้เร็วกว่าเครื่องคิดเลข เพราะระบบยังใช้วิธีนี้ในการคัดเลือก และในการเรียนปีแรกๆ คือถ้าไม่แข็งไม่แน่น ต่อให้เข้าไปได้ ก็อาจจะไม่รอดตั้งแต่ปีหนึ่งนั่นแหละ
 
ชีวิตต้องเลือกครับ
 
ถ้าถามจากบ้านเราเอง ลูกสองคน สู้กับเด็กในระบบได้ไหม ...ก็อยากให้สู้ได้อยู่ละครับ แต่บอกตรงๆ เลยคือ สู้ไม่ได้
 
เด็กยุคนี้เรียนกันแบบพิศดารมหัศจรรย์มาก ทั้งเยอะและแน่น ยอมรับตรงๆ เลยว่าสู้ไม่ได้ครับ
 
แล้ววิชานอกโรงเรียนเราเก่งงั้นสิ ...ก็เปล่าอีกครับ คือเด็กสมัยนี้เก่งกันได้ทุกด้านจริงๆ ทั้งบุ๋นทั้งบู๊ เรียนดี กีฬาเด่น เล่นเปียโนได้ระดับอาชีพ ภาษาอังกฤษแบบเนทีฟแท้ๆ แถมได้ภาษาจีนมาอีก แล้วเล่นบอร์ดเกม ดูอนิเมะ แล้วยังมีเวลาเหลือให้พ่อแม่บ่นว่าลูกติดเกมได้อีกด้วย
 
น้องครามเคยหัวเราะเหอะๆ ตอนที่ได้ยินคนบ่นเรื่องลูกติดเกม ครามบอกว่าถ้าเล่นวันละสองชั่วโมงเรียกว่าติดเกม แล้วครามเล่นวันละแปดชั่วโมงจะเรียกว่าอะไร....เอ่อ ก็น้องครามเป็นเด็กติดเกมแหละลูก ไม่ใช่อย่างอื่นหรอก 😅😅
 
คือสู้ไม่ได้ครับ ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้เค้า
 
เพียงแต่กลับมาที่ประเด็นว่าแล้วต้องสู้ไหม ...เออ ไม่รู้เหมือนกัน คือถ้าไม่สู้แล้วจะอดตายไหม ก็ไม่ อันนี้เรารู้แล้วว่าเด็กบ้านเราเป็นเด็กยางยืด ความยืดหยุ่นสูงมาก ถ้าจะถามว่าเก่งเรื่องอะไรก็คงเป็นเรื่องยืดหยุ่นนี่แหละ คือไปอยู่ตรงไหนก็อยู่ได้ ก็กลืนไปกับตรงนั้นได้ คือถ้าหลุดเข้าไปเรียนวิศวะได้ ก็คงอยู่แถวๆ ท้ายๆ ห้อง ตกบ้างผ่านบ้าง แต่ในที่สุดก็คงเอาตัวรอดมาได้นั่นแหละ เฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างมั่นใจ ...ถึงแม้จะไม่มั่นใจว่าลูกจะสอบ หรือจะอยากสอบเข้าวิศวะตั้งแต่แรก
 
แล้วจะทำงานทำการอะไร ต่อไปชีวิตจะอยู่อย่างไร
 
ตรงนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ห่วงที่สุดสำหรับการจัดการศึกษาที่ผ่านมา จริงๆ ก็ดูแปลกๆ อยู่เหมือนกัน คือเรารู้ว่าเราสู้เด็กในโรงเรียนไม่ได้ แต่เรารู้ว่าลูกเราจะอยู่ในสนามชีวิตได้แน่ๆ ในขณะที่เราไม่มั่นใจเอาเลยว่าเด็กในระบบปัจจุบันจะต้องใช้เวลาอีกเท่าไรหลังจากออกมาจาก "รั้วมหาวิทยาลัย" แล้ว ถึงจะพร้อมสำหรับสนามชีวิต เพราะดูจะมีแค่จำนวนน้อยเหลือเกินที่ออกมาแล้วดูพร้อมเลย อืมม..ดูแล้วมักจะมาจากแนวโรงเรียนอินเตอร์หรือโรงเรียนแพงๆ (มาก) อีกต่างหาก ซึ่งถ้าเราเข้าเรียนในระบบก็คงไม่สามารถไปอยู่ตรงนั้นได้
 
ปกติเด็กเรียนกันจนอายุยี่สิบสองถึงยี่สิบสาม สิบแปดหรือสิบเก้าปีในโรงเรียนครับ ถ้ามุ่งเส้นทางนี้ก็ต้องร่วมกันวางแผนดีๆ ว่าจะเดินอย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไร หรือถ้ามองให้หลุดออกจากกรอบนี้ โลกมันก็จะกว้างขึ้น มีเส้นทางให้เดินได้มากขึ้น เพียงแต่ว่าจะเอาเส้นหนึ่งไปแข่งกับอีกเส้นหนึ่ง มันคงแข่งกันไม่ได้ มุ่งขึ้นภูเขาแล้วไปอิจฉาเด็กที่ว่ายน้ำเป็นปลาอยู่ในทะเล มันก็ใช่ที่ หรือไม่ก็เลือกเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำเกาะอยู่แถวๆ ชายฝั่ง ไม่ลงทะเลลึก ไม่ขึ้นภูเขาสูง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้เช่นกัน

by Jo on Jan 22, 2021

Posted in เรื่องเล่าโฮมสคูล, ไม่มีหมวดหมู่

ป้ายคำค้น

ในหมวดเดียวกัน
ป้ายคำค้นเดียวกัน

Project page