บทความ

Patai
รีวิวหนังสือ เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี : หนังสือที่คนทำบ้านเรียน (และไม่ได้รวย) ควรอ่าน

by Patai on Sep 12, 2013

ที่ผ่านมาเวลาพูดถึงหนังสือการเตรียมตัวทำ home school เรามักจะนึกไปถึงหนังสือเกี่ยวกับการสอน การจัดการเรียนรู้ให้ลูก แต่นอกเหนือจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ปัจจัยสำคัญที่อาจจะเป็นตัวตัดสินว่าจะทำบ้านเรียนให้ลูกหรือไม่ก็คือ เวลาและการเงิน อาจมีความเข้าใจผิดว่าคนทำบ้านเรียนได้ต้องเป็นคนรวยจนสามารถมีเวลาอยู่กับลูกได้ แต่จริง ๆ หลาย ๆ ครอบครัวที่ทำบ้านเรียนก็ไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็สามารถจัดสรรเวลาเพียงพอที่จะจัดการเรียนรู้ให้ลูกได้
 
หนังสือเล่มนี้ได้พูดถึงวิธีที่จะได้มาถึงอิสรภาพทางการเงินและเวลา พร้อม ๆ ไปกับวิพากษ์ระบบการศึกษา
หนังสือที่ผมพูดถึงก็คือ ใน version ภาษาไทย เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี หรือ ชื่อภาษาอังกฤษ คือ The Millionaire Fastlane: Crack the Code to Wealth and Live Rich for a Lifetime. เขียนโดย MJ DeMarco ผู้ร่ำรวยจากการทำธุรกิจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต ความอยากรวยของเขาเริ่มจากความหลงไหลในรถลัมโบกินี่ราคาแพงและใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของ มาวันหนึ่งเข้าเจอชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถลัมโบกินี่มาจอดตรงหน้าเขา ทำให้เขารู้ว่ามันเป็นไปได้ที่ใครคนหนึ่งจะรวยตั้งแต่ยังหนุ่ม ทำให้เขาศึกษาวิธีการต่าง ๆ ที่จะเป็นเศรษฐี เขาเลือกที่จะศึกษาประวัติของเศรษฐีแต่ลงลึกเฉพาะคนที่รวยตอนอายุน้อยเท่านั้น คนที่รวยตอนแก่ไม่เอา และเขาก็เล่าถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จะทำให้คน ๆ หนึ่งรวยเร็วผ่านหนังสือเล่มนี้
 
ฟังดูก็เหมือนหนังสือ how to รวย ทั่วไป ทำไมจึงบอกว่าเหมาะกับคนทำบ้านเรียน ????

ในมุมมองของผมสิ่งที่ทำให้ MJ รวยเร็วตามความฝันของเขาก็คือ “การเรียนรู้” ซึ่งเป็นการเรียนรู้ในทุก ๆ ระดับตั้งแต่การหาข้อมูล ค้นประวัติเศรษฐีที่มีอายุน้อย การปฏิบัติ การทดลอง ลองผิดลองถูกและการล้มเหลว (เช่นการเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย) ซึ่งการเรียนรู้แบบเข้มข้นเหล่านี้ มีผลในเรื่องการปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองต่าง ๆ จนบรรลุเป้าหมายของเขา เนื้อหาในช่วงแรกจึงมีการพูดถึงการศึกษาเป็นประเด็นสำคัญ เช่น

- เขาได้วิพากษ์ถึงการตีสองหน้าของผู้เชียวชาญ ผู้รู้ ที่มักไม่ได้สอนในสิ่งที่ตัวเองทำจริง ๆ

- การพูดถึงมายาคติของสังคมที่ว่าเรียนให้เก่ง ๆ จะได้เข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ จบมามีงานทำ ได้เงินเดือนดี ๆ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือเวลาของชีวิตที่ต้องทำงานแลกกับเงิน

- การเรียนรู้เพื่อรู้ หรือเรียนโดยรู้ตัวว่าจะเอาไปทำอะไร เพื่ออะไรสำคัญกว่าการเรียนไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้ปริญญาหรือจบออกมาเฉย ๆ ให้ความสำคัญของการเรียนรู้ที่มาจากภายในหรือเพื่อการบรรลุเป้าหมายบางอย่างของตัวเอง

โดยส่วนตัวหลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้ทัศนคติที่มีต่อความเก่ง ความดี และเงินทองชัดเจนขึ้น คือเรามักถูกค่านิยมของสังคมหล่อหลอมว่าถ้าอยากมีชีวิตดี ๆ มีเงินใช้ ก็ให้เป็นคนดี เรียนเก่ง ๆ จบไปจะได้งานดี ๆ พอตั้งใจเรียนและเป็นคนดีแล้ว ชื่อเสียงเงินทองก็จะตามมาเอง โดยอัตโนมัติ
 
ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วเรื่องเป็นคนดี เป็นคนเก่งกับคนรวย มันไม่ได้สัมพันธ์กันมากเท่าไหร่ คือเป็นคนดีก็เรื่องหนึ่ง เก่งก็เรื่องหนึ่ง เก่งในเรื่องหาเงินก็อีกเรื่องหนึ่ง คือการหาเงินมันก็เหมือนกับการเรียนรู้และฝึกฝนเรื่อง ๆ ซึ่งคนที่หาเงินได้มากนี้อาจจะเป็นคนดีก็ได้ ไม่ดีก็ได้ แต่เค้าเรียนรู้และฝึกฝนจนเชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการหาเงิน เค้าก็หาเงินได้มาก
 
ส่วนการเป็นคนเก่งก็ต้องถามว่าเรื่องอะไร ถ้าเก่งในเรื่องที่ทำเงินได้มากก็หาเงินได้มาก ถ้าเก่งในเรื่องที่หาเงินได้น้อยก็หาเงินได้น้อย และสิ่งที่หนังสือเล่มนี้ย้ำก็คือ การจะหาเงินได้มากจะมาจากการสร้างหรือทำบริการอะไรที่ช่วยเหลือคนได้มาก มีประโยชน์ต่อคนอื่นมาก มีคุณค่าต่อคนอื่นมาก ก็จะได้เงินมาก ซึ่งเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าความคิดที่ให้เรียนดี ๆ เข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ แล้วจะได้มีเงินเดือนดี ๆ
 
ส่วนที่เหลือของหนังสือก็จะเน้นไปที่การทำธุรกิจ ต้องยอมรับว่าเนื้อหาหนังสือในเล่มนี้หลายส่วนทำให้นึกถึงหนังสือเรื่อง “พ่อรวยสอนลูก” แต่จะเฉพาะเจาะจงกว่า เน้นประเด็นการทำธุรกิจที่มีโอกาสหรือนำไปสู่การรวยเร็วเท่านั้น แม้จะเป็นรายละเอียดสำหรับผู้ประกอบการหรือคนที่สนใจทำธุรกิจเสียมาก แต่สิ่งเหล่านี้เป็นหลักการวิธีคิดที่จะนำไปสู่ความสามารถในการหาเงินเพิ่มขึ้นและหลุดจากวงจรการทำงานแลกเงิน (เอาเวลาของตัวเองแลกเงิน) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกส่วนหนึ่งสำหรับการทำ Home school จึงน่าจะช่วยให้ใครที่ติดปัญหาเรื่องการเงินและเวลาได้ไอเดียในการปรับเปลี่ยนชีวิตให้พร้อมกับการทำบ้านเรียนมากขึ้น

สุดท้ายผมคิดว่าเป้าหมายของเราแต่ละคนคงไม่ได้เหมือนกับ MJ กันทุกคน คือถ้าเราไม่ได้มีเป้าหมายในชีวิตที่จะมีรถแพง ๆ เราก็คงไม่ต้องหาเงินมากมายเท่าเขา แต่ประเด็นสำคัญคือ เราหาให้พอกับวิถีชีวิตหรือเป้าหมายที่เราต้องการ และถ้าเราอยากได้อะไร มีเป้าหมายอะไรก็ต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายนั้น ๆ ฝึกฝนตัวเองให้เป็นพร้อมสำหรับการเดินทางสู่เป้าหมาย ซึ่งเป็นทัศนคติที่สำคัญสำหรับคนทำ Home school และทัศนคติหรือ mindset นี้จะถูกถ่ายทอดสู่ลูก เลยอยากแนะนำให้ลองอ่านกันดูครับ
 
version ภาษาไทย สามารถหาได้จาก Se ed http://bit.ly/2Ug2730 (affilitae link) คนที่ใช้ Kindle ก็ลองอ่านได้สบายหน่อย ลองอ่านได้ที่ http://amzn.to/1auubUE 

Posted in รอบรู้โฮมสคูล, ไม่มีหมวดหมู่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง