บทความ

Patai
คำแนะนำสำหรับการรับนิเทศจากเจ้าหน้าที่เขต

by Patai on Oct 27, 2015

 
วันนี้ได้เจ้าหน้าที่เขตได้มานิเทศที่บ้าน เป็นการนิเทศในระดับประถมปีที่ 1 เลยเอามาเล่าแนะนำสำหรับบ้านไหนที่ต้องต้อนรับการนิเทศ


powerpoint แผ่นสุดท้าย >_<


 
ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี แต่มีประเด็นที่คิดไว้ รวม ๆ แล้ว เลยจัดหัวข้อเป็น
 
4  ข้อดีของการรับนิเทศ
 
เป็นโอกาสให้เรา จัดเก็บบ้านครั้งใหญ่ในรอบปี 555 คิดว่าหลาย ๆ บ้านคงเป็นเหมือนกัน เป็นโอกาสสำหรับเราที่จะทบทวบกระบวนการเรียนรู้ที่จัดให้ลูกตอนครึ่งทาง และเตรียมข้อมูลเบื้องต้นในการทำรายงานประจำปี เป็นโอกาสที่จะบอกเล่าประสบการณ์ การเรียนรู้ของลูกให้นักการศึกษาในระบบ อันนี้ผมถือว่าสำคัญ เพราะช่วย ๆ กันคุย ช่วย ๆ กันพูด ทำให้นักการศึกษาให้เห็นภาพการเรียนรู้ของเด็กที่ต่างไปจากระบบโรงเรียน เป็นโอกาสที่ทำความคุ้นเคย ตรวจสอบและปรับความเข้าใจ ความคาดหวังที่ไม่ตรงกันระหว่างบ้านเรียนและเจ้าหน้าที่เขต  
ต้องเตรียมอะไรบ้าง ผมเตรียมเรื่องเล่านี้เล่าให้เค้าฟังครับ
 
1.     เล่าว่าเราจัดการศึกษาให้ลูกอย่างไร ซึ่งโครงเรื่องก็น่าจะเหมือนกับการทำรายงาน คือ
      1.1  เล่าชีวิตประจำสัปดาห์ จันทร์ – อาทิตย์ ลูกทำอะไรบ้าง
      1.2  เล่าชีวิตประจำวัน ตารางชีวิตประจำวัน
2.     เล่ากิจกรรม การเรียนรู้แยกตามโครงสร้างหลักสูตรของเรา คือ ตามกลุ่มประสบการณ์ หรือสาระการเรียนรู้ที่เราเขียนแผนไป ระหว่างที่เราก็ นำเสนอชิ้นงาน หรือเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของลูก ซึ่งก็คือตัวชี้วัดนั้นเอง
3.     แม้จะใช้คำว่าเล่า แต่จริง ๆ ใช้รูปนำจะทำให้เราเล่าง่าย เจ้าหน้าที่เห็นภาพ ซึ่งถ้าใครติด facebook ก็แนะนำ ไล่ save ภาพใน fb ตัวเองมาเล่าได้เลยครับ
 
ทั้งหมดนี้เป็นที่ผมคิดได้ ซึ่งแต่ละบ้านก็อาจจะถนัดหรือมีไอเดียพิเศษต่างกันไป ก็จ้ดไปตามที่ถนัดได้เลยครับ
 
สุดท้ายขอเล่าประสบการณ์วันนี้

หลัก ๆ ผมเตรียม power point ไว้นำเสนอ ( download ได้) ส่วนใหญ่เน้นภาพ เพราะผมบรรยายสดได้เลย มันเหมือนเล่าความทรงจำ แต่ตอนทำรายงานคงต้องเขียนออกมา (ท่านที่สนใจคงรออ่านรายงานประจำปีแทนครับ) ช่วงท้าย ๆ เป็นประเด็นที่ผมอยากสื่อสาร เน้นย้ำบอกให้เค้าเข้าใจเรื่องเกณฑ์ชี้วัด ซึ่งบรรยกาศเป็นไปด้วยดี ดีจนแทบไม่อยากเปิด แผ่นสุดท้ายขึ้นมาเลย แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ พอจบเจ้าหน้าที่ก็รีบบอกว่า สำหรับสีฝุ่น ถือว่าผ่านเกณฑ์ ไม่มีปัญหา มีร่องรอยการเรียนรู้ชัดเจน ผมก็ถามว่าถ้าทำรายงานการเรียนรู้ประมาณนี้ ยังต้องมีการสอบไหม เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าร่องรอยชัดเจนแบบนี้การสอบคงไม่จำเป็น ซึ่งตรงกับความคิดผม ว่าถ้าเราทำร่องรอยการเรียนรู้ดี ๆ เจ้าหน้าที่ยอมรับ การสอบก็ไม่น่าจะเป็นประโยชน์อะไร
 
ทีนี้สิ่งที่เจ้าหน้าที่กังวลและเอ่ยปากกับผม คือเรื่องการให้คะแนนระดับผลการเรียน ซึ่งผมระบุในแผนไว้ 2 ระดับ คือ “ผ่าน” กับ “ไม่ผ่าน” ซึ่งเจ้าหน้าที่กังวลมากหากจะต้องกลับเข้าระบบ มันต้องเทียบคะแนน 4 ระดับ รวมถึงจะมีปัญหาตอนออกหลักฐานตอนจบการศึกษา ซึ่งตรงนี้ผมก็คิดไว้คร่าว ๆ เหมือนกัน ผมจึงเสนอทางออกไว้ว่า ผมจะทำการเทียบระดับผลการเรียนกับมาตรฐานตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลาง แบบมี 4 ระดับไว้ใส่ไว้ให้ในภาคผนวก ซึ่งการทำแบบนี้ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่และผม ได้ในสิ่งที่ต้องการ คือผมต้องการยืนยันในปรัชญาการศึกษาว่าเน้นการพัฒนาเด็กเป็นรายบุคคล ไม่เน้นการให้คะแนนที่เป็นปัญหาโลกแตก ต้องมาคอยเถียงกัน เอาคะแนนมาโอ้อวดกดดันเด็ก การเอาไปไว้ในภาคผนวก ทำให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลสำหรับออกเอกสาร อีกด้านหนึ่งภาคผนวกถือว่าเป็นส่วนที่ไม่ใช่เนื้อหาหลัก มีความสำคัญน้อยก็ทำให้เราได้ยืนยันปรัญชาการศึกษาของเรา และถ้าทำได้ตลอดรอดฝั่ง จนลูกจบไม่มีปัญหาใด ๆ ก็จะเป็นการยืนยันและพิสูจน์ได้ว่า เราสามารถสร้างหลักสูตรแบบนี้ได้บนฐานของ ข้อกำหนด กฎระเบียบที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ไม่ต้องรอแก้ไขอะไรอีก โรงเรียนก็สามารถหาทางออกแบบนี้และมีช่องทางที่จะลดความสำคัญของการให้เกรดเด็กได้เช่นกัน  
 
ความเห็นสุดท้าย ผมคิดเอาเอง คาดการณ์ จากที่เคยได้ยินว่า รุ่นพี่หลายคนที่จดทะเบียนกับเขต ก็มีการเก็บหลักฐานแบบนี้ น่าจะละเอียดไม่แพ้กันเผลอ ๆ ดีกว่า แต่ก็ยังได้ยินว่ายังต้องมีการสอบเพื่อประเมินเด็กอยู่ ถ้าเทียบกันแบบนี้ถือว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ก็มีความเข้าใจมากขึ้น ปรับตัว โดยเฉพาะเขตผม มีบ้านเรียนที่สร้างการยอมรับจากเจ้าหน้าที่ไว้ ทำให้มีความเข้าใจกันกว่าพื้นที่อื่น ซึ่งผมก็หวังว่า การที่เราจะไม่ต้องมีการสอบเพื่อประเมิน ก็จะเป็นแนวทางที่ก้าวหน้า แต่เราก็ต้องทำงานเรื่องการเก็บร่องรอยการเรียนรู้ของลูก ซึ่งถ้าทำกันได้ดี จะเป็นเครื่องยืนยันให้กับพื้นที่อื่น ๆ รู้ว่า ร่องรอยการเรียนรู้ที่ดีมีประสิทธิภาพกว่าการสอบและสมบูรณ์ในตัวมันเอง เหมาะกับการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยแบบบ้านเรียน

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง