บทความ

Unnop
รูปแบบการทำโฮมสคูล

by Unnop on Jul 23, 2012

การจัดการศึกษาโดยครอบครัวหรือการทำโฮมสคูลสามารถทำได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการ วิถีชีวิต แนวคิด และสถานภาพของแต่ละครอบครัว ขอรวบรวมเท่าที่ทราบและนึกออกมาเล่าไว้ (เฉพาะระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ถึงมัธยมปลาย) เพราะข้อนี้ถือเป็นคำถามยอดฮิตที่คนทำโฮมสคูลหรือคิดจะทำโฮมสคูลต้องการทราบเป็นอันดับต้นๆ ทีเดียว[break]

การทำโฮมสคูลแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ ไม่ต้องการวุฒิการศึกษา ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย จัดไปได้ตามต้องการของครอบครัว อาจจะมีจดหมายมาเรียกตัวเมื่ออายุถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียน (7 ขวบ) และอาจจะต้องเสียค่าปรับ (แต่ไม่รู้ว่าเคยมีใครต้องจ่ายจริงไหม เท่าที่เจอยังไม่มี) ต้องการวุฒิการศึกษา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีหลายช่องทางให้เลือกได้ ขอยกตัวอย่างเท่าที่ทราบข้อมูลดังนี้ จดทะเบียนการจัดการศึกษาโดยครอบครัวกับเขตพื้นที่การศึกษาตามพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่

การจดทะเบียนกับเขตฯสามารถจดได้ตั้งแต่ระดับชั้นก่อนประถมเมื่ออายุครบ 4 ปีเต็ม (อนุบาล 1 และ 2 อิงตามโรงเรียนรัฐบาล) จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยที่ การจดระดับอนุบาลนั้นไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ จะจดหรือไม่จดก็ได้ หากไม่จดก็สามารถเริ่มจดตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับตอนอายุครบ 7 ปี หรือระดับประถม 1 ได้เลย

โดยการจดทะเบียนกับเขตการศึกษานั้น ครอบครัวจะต้องเขียนแผนการเรียนไปยื่นให้กับเขตเพื่ออนุมัติ สำหรับข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนกับเขตฯสามารถอ่านรายละเอียดได้ตามนี้ค่ะ แนวทางปฏิบัติและการจัดทำแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว, แนวทางการเขียนแผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว

ข้อดีของการจดทะเบียนกับเขตฯเท่าที่เห็นเป็นรูปธรรมก็คือ เราจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเหมือนกับเด็กในระบบ (และได้มากกว่าด้วยค่ะ :D) รายละเอียดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลปีการศึกษา 2555 และได้รับการสนับสนุน แนะนำ รวมถึงข้อมูลต่างๆ จากเขตฯ เช่น หากต้องการไปร่วมทัศนศึกษากับโรงเรียนก็สามารถติดต่อผ่านเขตฯขอไปด้วยได้, ขอเข้าร่วมทำกิจกรรมบางอย่างกับทางโรงเรียนในสังกัดเขตฯนั้น, ทางเขตฯจะคอยแจ้งข้อมูลการสอบแข่งขัน การทดสอบต่างๆ หรือกิจกรรมทางด้านการศึกษาที่มีการจัดทั้งในระดับจังหวัดถึงระดับส่วนกลางให้เราทราบเพื่อเข้าร่วมด้วยหากต้องการ รวมถึงการขอสื่อการเรียนการสอนจากทางโรงเรียนก็สามารถทำได้ (เช่น สื่อจำพวก CD, VCD) เป็นต้น

ส่วนข้อเสียก็คงแล้วแต่ว่าจะเจอกับเขตฯแบบไหน ถ้าเจอเขตฯที่ไม่สนับสนุน ไม่เข้าใจ ไม่พยายามทำความเข้าใจร่วมกัน หรือความต้องการของครอบครัวกับกรอบของเขตฯไม่ตรงกัน ก็อาจจะทำให้ลำบากหน่อย ^^"

กศน.

ปัจจุบันการสอบเทียบสำหรับเด็กในระบบโรงเรียน (เช่น เรียนอยู่ ม. 1, 2 แล้วสอบเทียบจบ ม. 3 ไปเลย หรืออยู่ ม. 4, 5 แล้วสอบเทียบ ม. 6 แล้วสามารถ entrance ได้เลย) ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว กศน.มีการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มี 3 รูปแบบ คือ
การศึกษาวิธีเรียนพบกลุ่ม เน้นหนักการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก มีการพบกลุ่มเพื่อนำสิ่งที่ได้ไปศึกษาค้นคว้า แล้วมานำเสนอ อภิปราย และสรุปร่วมกันในลักษณะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน การศึกษาวิธีเรียนทางไกล เป็นวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเองโดยผ่านสื่อการศึกษาทางไกล ได้แก่ ชุดการเรียนทางไกล CD VCD รายการทางวิทยุและโทรทัศน์ Internet เป็นต้น การประเมินเทียบระดับการศึกษา เป็นการประเมินจากความรู้ ทักษะ ผลงาน ประสบการณ์จากแฟ้มสะสมผลงาน โครงงาน การสอบ ปฏิบัติ สัมภาษณ์ และทำกิจกรรมเข้าค่ายหรือกิจกรรม กพช. (กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต) โดยแต่ะละแบบก็มีข้อกำหนด เช่น เงื่อนไขเรื่องอายุ, การใช้เพื่อศึกษาต่อ ฯลฯ ที่แตกต่างกันไป สามารถอ่านข้อเปรียบเทียบของทั้ง 3 แบบเพื่อเลือกรูปแบบที่เหมาะสมได้ที่ เปรียบเทียบวิธีเรียน 3 วิธี

ฝากชื่อ/จดกับโรงเรียนที่รับเด็กบ้านเรียน

เช่น โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก จ. กาญจนบุรี (แต่ปัจจุบันหยุดรับเพราะจำนวนเด็กมีเยอะมากแล้ว ยังไม่แน่นอนว่าจะเปิดรับอีกเมื่อไหร่), โรงเรียนรุ่งอรุณ (เพิ่งเปิดรับภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 เป็นครั้งแรก) ซึ่งมีรายละเอียดลงไว้แล้วที่ โครงการเปิดรับนักเรียนของกลุ่มบ้านเรียน ในโรงเรียนรุ่งอรุณ หรืออาจลองติดต่อโรงเรียนใกล้บ้านก็ได้

การจัดการเรียนการสอนโดยร่วมกับโรงเรียนอาจต่างกันไปตามแต่ว่าจะมีการตกลงร่วมกับโรงเรียนอย่างไร อาจจะทางบ้านจัดการเรียนการสอนเองหมดแล้วส่งร่องรอยการเรียนรู้ให้โรงเรียนเพื่อเทียบประเมินการเลื่อนชั้น, เข้าร่วมเรียนบางวิชาหรือร่วมทำกิจกรรมบางอย่างกับทางโรงเรียนควบคู่ไปด้วย เป็นต้น

มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

สำหรับระดับประถมศึกษาปที่ 1 - 6 ถ้าอยากเรียนแบบในโรงเรียนแต่ไม่ไปโรงเรียนก็สามารถเรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมได้ โดยเค้าจะมีคู่มือการเรียนการสอนให้ดาวน์โหลดได้ด้วย แล้วก็ค่อยไปสอบเทียบวุฒิเอาในภายหน้า หรืออาจจะยื่นจดทะเบียนกับเขตฯโดยส่งแผนการเรียนตามมูลนิธิการศึกษาทางไกลฯก็คงได้ (ไม่เคยถามนะคะ แต่คิดว่าน่าจะได้ ครอบครัวคงต้องคุยกับเขตฯดู)

สถาบันการศึกษาทางไกล

การ ศึกษาทางไกลเป็นวิธีการจัดการศึกษาที่ใช้สื่อในการถ่ายทอดความรู้ เนื้อหาวิชา และมวลประสบการณ์ต่างๆ เป็นการจัดการศึกษานอกโรงเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ 2 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ข้อมูลต่างๆ ตอนนี้อ่านจากหน้าเว็บเก่าจะมีครบถ้วนกว่า สำหรับหลักการจัดการศึกษา วิธีเรียน ตัวอย่างใบสมัคร รายวิชา สามารถอ่านได้ที่ > http://www.dei.ac.th/old/genertal03032554.html

Distance Learning หลักสูตรต่างประเทศ

อันนี้ขอให้ถามอากู๋เอาได้เลย มีหลากหลายให้เลือก ซื้อหลักสูตรแล้วเค้าก็จะส่งหนังสือ ส่งข้อสอบมาให้เราถึงบ้าน เรียนเอง อ่านเอง สอบ แล้วก็ค่อยมายื่นเทียบวุฒิเมืองไทย

สอบเทียบวุฒิมัธยมปลายด้วยระบบต่างประเทศ

เท่าที่รู้จักและนิยมในไทยมีอยู่ 2 อย่าง คือ

General Educational Development
(GED) เป็นระบบของอเมริกา โดยมีข้อกำหนดคร่าวๆ คือ ผู้สอบต้องมีอายุ 17 ปีขึ้นไป โดยต้องสอบให้ผ่านทั้งหมด 5 วิชา ได้แก่ Language Arts: Writing, Social Studies, Science, Language Arts: Reading และ Mathematics ผู้ที่สอบผ่าน GED จะได้รับใบแจ้งผลการเรียน (Transcript) และประกาศนียบัตรการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของ GED (Diploma) ซึ่งสามารถนำไปเทียบวุฒิมัธยมปลายได้

Internation General Certificate of Secondary Education (IGCSE) เป็นระบบของอังกฤษ สอบเพื่อเทียบจบ ม. ปลายเช่นเดียวกับ GED แต่มีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เช่น IGCSE ไม่จำกัดอายุ และคุณวุฒิของผู้สอบ และมีวิชาให้เลือกสอบมากถึง 50 วิชา โดยเราสามารถเลือกสอบวิชาใดก็ได้ ให้ผ่านครบ 5 วิชา ก็จะสามารถนำใบรับรองผลสอบจากมหาวิทยาลัย Cambridge เพื่อขอเทียบเท่าวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายจากกระทรวงศึกษาธิการ โดยในประเทศไทยสามารถติดต่อขอสอบได้ที่ British Council โดยมีเปิดให้สอบปีละ 2 ช่วง คือ เดือน พฤษภาคม - มิถุนายน และ อีกช่วงหนึ่งประมาณ เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

สำหรับการสอบ GED และ IGCSE ต้องสอบเป็นภาษาอังกฤษ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถถามอากู๋เพิ่มได้มากมายค่ะ

เท่าที่ตัวเองทราบก็มีเท่านี้ หากข้อมูลส่วนใดผิดพลาดไปหรือหากใครมีข้อมูลเพิ่มเติม มีช่องทางอื่นที่อยากร่วมกันแนะนำอีก ก็รบกวนเขียนให้ด้วยนะคะ :)

Posted in รอบรู้โฮมสคูล

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง