Ploy Orapan ไปดูหนังเรื่อง Knive out (ความประทับใจ+สปอยล์)
เป็นหนังที่เนื้อเรื่องน่าติดตาม ชวนคิด และแฝงด้วยความตลกร้ายสไตล์หนังสืบสวนสอบสวนร่วมสมัย

by Ploy Orapan on Dec 18, 2019


Present : 17/12/19
Write : 18/12/19
 
เมื่อวานไปขอพ่อกับแม่ว่าจะไปดูหนังเรื่อง Knive out พรุ่งนี้ และก็ได้ไปจริงๆ (ขอบพระคุณยิ่ง/\ //อันที่จริงแม่ทำเหมือนไม่อยากให้ไปด้วยล่ะ 😁)
 
ตื่นเช้ามาตากผ้า ทานอาหารเช้าตามปกติ และเริ่มอาบนํ้าออกจากบ้านประมาณ 10.00 น. ไปถึง Future Park Rangsit ประมาณ 11.00 น. ก่อนออกจากบ้านพ่อไลน์มาบอกว่าอย่าลืมเอา GPS ไปด้วย + เปิดแอพ Life 360 ไว้ พอมาถึง Future Park Rangsit ก็เดินเล่นจนกว่าจะถึงเวลาหนังฉาย ที่แรกที่ไปคือร้ายนายอินทร์ > B2S ชั้น B > B2S ชั้น 2 > เสืื้อผ้าและรองเท้า Sport โซน Robinson
 
ระหว่างเดินเล่นในร้านหนังสือก็ไปเจอหนังสือที่เล็งไว้มาานตั้งแต่เดือนของเดือนของเดือนของเดือนที่แล้ว (แต่ไม่กล้าขอพ่อแม่ซื้อ เพราะปกติก็เสียเงินค่าหนังสือมามากพอแล้ว 555) วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร ยิ่งจับเล่มจริงยิ่งอยากได้ เลยแคปหน้าจอส่งรูปหนังสือไปในไลน์ครอบครัว "ชุดรวมเล่มของ ยูวัล โนอาห์ แฮรารี (Sapiens A Brief History of Humankind + Homo Deus A Brief History of Tomorrow + 21 Lessons for the 21 Century) ] ลดราคาจาก 1,545 บาท เหลือ 1,300 บาท สนพ. ยิปซี" และนี่คือสติ๊กเกอร์ที่พ่อแม่ส่งมาหลังจากเห็นรูป...​ (เสียเงินอีกแล้ว +++)
 
     
 
หวังว่าถ้าพ่อแม่เข้ามาอ่านแล้วจะยอมซื้อให้นะ 😋
 
มาเข้าเรื่องกันต่อ...
 
 
เราไปหลังเวลาฉายไว้ 15 นาที เพื่อเลี่ยงดูโฆษณา ไปถึงตอนหนังกำลังฉายพอดิบพอดี
 
หนังเรื่องนี้ช่วยปลุกความเป็นนักสืบในตัวเราตั้งแต่ 15 นาทีแรกเลย คงต้องสวมบทบาทเป็นโคนันแล้วล่ะ 🧐🤔?!?
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า มีนักสืบคนหนึ่งได้รับว่าจ้างจากคนที่ไม่เปิดเผยนามให้มาสืบเรื่องการตายของนักเขียนนิยายชื่อดังแห่งตระกูลธรอมบีย์ที่ถูกทุกคนเข้าใจว่าเขาฆ่าตัวตายโดยการปาดคอตัวเอง โดยนักสืบคนนี้ก็เริ่มสอบปากคำทุกคนที่อยู่ในบ้านในคืนนั้น ซึ่งทุกคนก็มีเรื่องบาดหมางกับคุณปู่ใากน้อยแตกต่างกัน ทำให้ดูเหมือนว่าทุกคนน่าจะเป็นฆาตกรได้ทั้งหมด โดยนางเอกของเรื่องนั้นมีนิสัยแปลกๆ ที่เมื่อเวลาพูดโกหกแล้วจะอ้วกออกมา
 
ความจริงในคืนที่คุณปู่ตาย นางเอกเผลอฉีดยาที่คุณปู่ควรได้รับทุกวันให้ผิด ยาตัวที่ฉีดผิดคือมอร์ฟีน และนางเอกฉีดให้คุณปู่ทีเดียวถึง 100 มิลลิกรัม ซึ่งปริมาณที่ควรได้รับต่อครั้งนั้นควรอยู่ที่ 3 มิลลิกรัม นางเอกตกใจและพยายามหายาแก้พิษให้ทัน เพราะคุณปู่จะตายใน 10 นาที แต่ปรากฏว่าไม่มียาแก้อย่างที่มันควรจะอยู่ในกระเป๋า เลยพยายามโทรเรียกรถพยาบาล คุณปู่รู้ว่าบ้านในชนบทแบบนี้ต้องใช้เวลามากกว่าจะมาถึง เขาจะตายซะก่อน และนางเอกจะตกเป็นผู้ต้องหาเลยตัดสายทิ้ง
 
และด้วยความที่คุณปู่รักเด็กผู้หญิงคนนี้มาก เพราะเธอช่วยดูแลเขามาตลอด ประกอบกับที่นางเอกมีแม่ที่เข้าอเมริกามาอย่างผิดกฎหมาย ถ้าถูกจับ เรื่องจะสาวไปถึงครอบครัวนางเอกได้ คุณปู่จึงบังคับให้ทำตามที่เขาบอกเพื่อให้เธอรอดพ้นจากการเป็นฆาตกร ตอนแรกนางเอกไม่ยอม คุณปู่จึงดันเธอออกไปจากห้อง นางเอกเลยพยายามเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คุณปู่ปาดคอตัวเองพอดี นางเอกจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามคำสั่งเสียสุดท้ายของคุณปู่
 
ตัดมาถึงตอนเปิดพินัยกรรมที่ทุกคนในตระกูลธรอมบีย์มารวมตัวกัน ผลปรากฏว่าคุณปู่ยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้นางเอกคนเดียว โดยที่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไม่ได้สมบัติไปแม้แต่แดงเดียวเลยสักคน หลังจากนั้นคนในตระกูลก็เหมือนสติแตก เข้าไปรุมล้อมนางเอก ซึ่งเธอก็หนีออกมาได้จากการช่วยเหลือของแรนซั่ม หนึ่งในเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลธรอมบีย์ที่เกลียดครอบครัวของตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาขับรถพานางเอกไปร้านอาหาร และขอให้เธอเล่าความจริงทั้งหมดให้เขาฟัง และเขาจะช่วยนางเอกปิดบังความจริงอีกแรง พร้อมกับขอสมบัติส่วนหนึ่งที่ควรเป็นของเขาด้วย แล้วนางเอกก็เล่าทุกอย่าง
 
วันต่อมามีสำนักข่าวมาดักรอเธอที่บ้าน พร้อมกับมีจดหมายส่งมาหลายฉบับ มีฉบับหนึ่งจากคนปริศนาที่ส่งสำเนาผลตรวจเลือดของคุณปู่ที่ถ่ายมาให้เห็นครึ่งเดียวส่งมาให้นางเอก พร้อมกับข้อความที่เขียนประมาณว่า "ฉันรู้ว่าแกกำลังทำอะไร" หลังจากนั้นนางเอกจึงส่งข้อความถึงแรนซั่มเพื่อขอคำปรึกษา แล้วทั้งสองก็ตกลงพากันไปที่สถานที่ตรวจเลือดนั้นตามตราประทับที่สำเนาสแกนไว้เพื่อทำลายหลักฐาน พอไปถึงเลยรู้ว่าที่นั่นเกิดเพลิงไหม้ ทำให้หลักฐานที่อยู่ข้างในหายไปหมด คราวนี้จึงเหลือแค่คนที่ส่งจดหมายฉบับนั้นมาที่กุมความลับของนางเอกอยู่
 
ต่อมานางเอกก็เปิดเมลดูจดหมายที่ส่งเข้ามาตามที่แรนซั่มแนะนำ ซึ่งก็มีส่งมาจากคนปริศนาคนหนึ่ง เขาคนนั้นบอกให้เธอไปตามสถานที่ที่นัดไว้เวลา 10.00 น. นางเอกก็ไปตามนั้น และเห็นแม่บ้านของตระกูลธรอมบีย์ที่ใกล้ตายนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับเข็มฉีดยาและขวดมอร์ฟีนที่ตกอยู่บนพื้น 
 
ถึงแม้ว่านางเอกจะรู้ว่าตัวเองต้องถูกจับถ้าโทรเรียกรถพยายาลให้มาช่วย แต่เธอก็โทรเรียกรถพยาบาลมาจริงๆ แต่ก่อนที่แม่บ้านคนนั้นจะตายเธอพูดพึมพำอะไรสักอย่างที่นางเอกจับใจความได้ประโยคหนึ่งประมาณว่าว่ามีสำเนาผลเลือดอยู่ในลิ้นชักบนเตาผิงของบ้านธรอมบีย์ แกไม่รอดแน่ไอฆาตกร
 
หลังจากนั้นนางเอกก็บอกกับนักสืบว่าตัดสินใจที่จะสารภาพความผิดนี้กับทุกคน ทั้งสองจึงกลับไปที่บ้านตระกูลธรอมบีย์ นางเอกตรงไปหาสำเนาผลเลือดส่งให้นักสืบ ก่อนจะเดินไปหาทุกคนในบ้านที่เตรียมมารับฟังสิ่งที่เธอกำลังจะพูด แต่อยู่ดีๆ นักสืบก็เข้ามาขัด แล้วลากตัวนางเอกออกไปคุยด้วย 
 
ความจริงเปิดเผยว่าที่จริงแล้วเธอไม่ใช่ฆาตกร ในคืนนั้นแรมซั่มกำลังทะเลาะกับคุณปู่เรื่องที่ว่าเขาจะยกสมบัติทั้งหมดของตระกูลให้นางเอกคนเดียว หลังจากที่ฟังดังนั้นแรนซั่มจึงเดินออกจากบ้านไปด้วยความโกรธ และเริ่มวางแผนฆาตกรรมคุณปู่ เพราะสมบัติทั้งหมดจะตกเป็นของตระกูลเมื่อคนรับสมบัติกลายเป็นฆาตกรซะเองตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ มีทางเดียวคือเขาต้องหาทางทำให้นางเอกกลายเป็นฆาตกรไปซะ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม
 
แรนซั่มที่รู้ว่านางเอกจะฉีดยาให้คุณปู่ทุกคืนเลยแอบกลับมาสับเปลี่ยนยาในกระเป๋ายาที่นางเอกมักจะวางทิ้งไว้ที่ห้องคุณปู่ทุกคืน และแม่บ้านคนนั้นก็แอบมาเห็นเข้า เลยคิดจะเปิดโปงเขาว่านางเอกไม่ได้เป็นคนฆ่าคุณปู่ จากผลเลือดที่ปรากฏออกมาว่าไม่ได้มีมอร์ฟีนอยู่ในร่างกายคุณปู่!!! เพราะที่จริงแล้วแรนซั่มสลับตัวยาจริงใส่เข้าในขวดมอร์ฟีน แล้วเอามอร์ฟีนใส่เข้าไปในขวดยาจริง พร้อมกับเอายาแก้ออกไปจากกระเป๋า และนางเอกก็ฉีดยาจริงที่อยู่ในขวดยามอร์ฟีนให้คุณปู่โดยไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่ายาที่ฉีดให้คุณปู่นั้นถูกต้องแล้ว คุณปู่ที่ฟังนางเอกว่าเธอเผลอฉีดมอร์ฟีนให้เขาเกินขนาดเลยชิงปาดคอฆ่าตัวตายไปก่อนเพื่อให้เธอพ้นผิดข้อหาฆาตกรรมเขาโดยที่ไม่ทราบว่าเขาจะยังไม่ตาย
 
ที่จริงก่อนนั้นแรนซั่มได้รับสำเนาผลตรวจเลือดของคุณปู่ที่เป็นฉบับเดียวกับที่นางเอกได้รับ และเขาก็ส่งให้นางเอกต่อ เพื่อให้นางเอกเข้าใจผิดว่ามีคนที่กุมความลับเรื่องที่เธอฉีดมอร์ฟีนให้คุณปู่ตามที่เธอเข้าใจผิดอยู่ ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเรื่องราวมันผิดพลาด นางเอกจะพ้นผิดถ้ามีสำเนาผลตรวจเลือดนี่ และเขาจะไม่ได้สมบัติทั้งหมดมาไว้ในครอบครองแน่นอนถ้าปล่อยให้แม่บ้านคนนี้รอดตัวไป เลยกะฆ่าเธอทิ้งซะเพื่อทำลายหลักฐาน หลังจากนั้นเขาก็ว่าจ้างนักสืบให้มาสืบเรื่องการตายของคุณปู่อีกครั้ง เหมือนจะบอกว่าในคืนนั้นคุณปู่ไม่ได้ฆ่าตัวตาย และคิดจะเปิดโปงนางเอกว่าเธอเป็นคนฉีดมอร์ฟีนเกินขนาดให้คุณปู่
 
แต่เรื่องราวทั้งหมดก็ถูกเปิดโปง โดยนักสืบที่เขาว่าจ้างซะเอง ตอนแรกแรนซั่มไม่ยอมรับ และบอกว่าไม่มีหลักฐานที่จะมัดตัวเขา เพราะสำเนาผลตรวจเลือดก็ทำได้แค่ยืนยันว่านางเอกไม่ได้ผิด แต่ระหว่างนั้นโรงพยาบาลก็โทรมาบอกนางเอก นางเอกโกหกทุกคนว่าแม่บ้านรอดตายเพื่อให้แรนซั่มสารภาพความผิดออกมา เพราะถ้าแม่บ้านรอด นั่นก็หมายความว่ามีพยานหลักฐานที่จะมัดตัวส่งเขาเข้าคุกได้ (แล้วเธอก็อ้วกออกมาทีหลัง ทำให้ทุกคนรู้ว่าเธอโกหก 🤮) 
 
แรนซั่มที่จนตรอกแล้ว เลยได้แต่คว้ามีดที่อยู่ใกล้ตัวมาแทงนางเอก
 
แล้วก็แทงเข้าไปกลางอกของเธอเลย !!! แต่ปรากฏว่า...มีดที่เขาหยิบมามันเป็นมีดของเล่นที่แทงแล้วจะยุบเข้าไป...😆ฉากนี้ทุกคนหัวเราะกันทั้งโรงเลย
 
หลังจากที่ดูจบแล้ว เราก็มาอ่านสรุปในเว็บอีกที เลยรู้มาอีกว่าเรื่องนี้แอบแฝงการเสียดสีอเมริกาไว้ด้วย ซึ่งเราที่ดูตอนแรกก็ไม่ได้ฉุกใจคิดอะนะ 🤨แต่พอมาอ่านแล้วก็คิดได้ หนังไม่ได้ทำให้รู้สึกเครียดเลย แฝงมุกตลกขำขันไว้ให้เราไม่ค่อยเบื่อ ไม่รู้ว่านี่คือความประทับใจหรือเปล่า แต่เราชอบการได้คิดหาคำตอบ ทึ่งกับความสามารถและนิสัยตลกๆ ของคุณนักสืบมากกว่า 🤣
 
ถ้าใครอยากรู้ว่าเรื่องนี้แอบเสียดสีอเมริกาอย่างไรก็ไปตามนี้แล้วกัน แปะลิ้งค์ไว้ด้วยเลยเอ้า https://www.playinone.com/folkplay/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7-knives-out/
 
เพิ่มเติมหน่อยว่าระหว่างกลับบ้านช่วยคุณยายคนนึงยกของออกจากรถตู้โดยสารด้วย ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เพราะตอนนั้นมือไม่ว่าง และส่วนตัวก็ไม่ค่อยชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว การบันทึกร่องรอยการเรียนรู้จึงเป็นเรื่องลำบากใจสักหน่อยสำหรับเรา เพราะต้องถ่ายติดตัวเราด้วย 😰ไม่ชอบเลยจริงๆ แต่ยังไงซะเราก็รู้แก่ใจดีว่าเราทำหรือไม่ทำอะไร 🤫
 
เมื่อวาน (17/12/19) กะว่าจะโพสต์แล้ว แต่ระหว่างนั้นดราฟเอาไว้ก่อน เปิดมาอีกอีก Error 😢ดีที่แคปหน้าจอบทความไว้ก่อนกันเหนียว ไม่งั้นมีแอบร้องไห้จริงๆ ด้วย เขียนมาซะยาวขนาดนี้ 555
 
ปล. วันที่ขอพ่อกับแม่คือวันที่ 16 ธันวาคม 2562 แอบได้ยินพ่อแม่คุยกันว่าเรายังทำ Portfolio ไม่เสร็จเลย ยังจะให้ลูกไปอีก ซึ่งมันก็จริง-ไม่จริงครึ่งหนึ่ง เพราะเราเขียน Portfolio แล้ว แต่ไม่มีรูปภาพ (เพราะไม่ชอบถ่ายรูปจริงๆ เกลียดมากๆ) และกลัวว่าจะทำผิดด้วย (นี่เป็นปีแรกในการทำ Homeschool ของเรา) และยังสับสนอีกว่า Portfolio กับบันทึกร่องรอยการเรียนรู้นี่มันอันเดียวกันหรือเปล่าอีก 😫เลยไม่กล้าส่ง
 
เอาเหอะ...ทำก็ดีกว่าไม่ทำ ถึงก่อนหน้านั้นจะไม่ได้อัพเดตร่องรอยการเรียนรู้เลย บึนทึกนี้ก็ขอให้เป็นบันทึกเริ่มต้นที่ดีแล้วกัน 😌

Posted in ร่องรอยการเรียนรู้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง