บทความ

toon
ไม่เรียนเขียนอ่าน

by toon on Dec 07, 2013

เมื่อก่อนเคยคิดว่าสิ่งเดียวที่จะสอนลูกในด้านการเรียน (แบบทั่วไป) คือ การอ่าน เพราะคิดว่าเมื่ออ่านออกแล้ว ทีนี้อยากจะเรียน อยากจะรู้ อยากจะอ่านอะไร ก็จะได้จัดการตัวเองได้ ไม่ต้องรออีกต่อไป เคยสอน Phonics ภาษาอังกฤษนำทางบ้าง สอนอยู่ไม่นาน กะคร่าวๆ ก็ประมาณ 3-4 เดือน (แบบไม่ทุกวัน ไม่สม่ำเสมอ แล้วแต่จังหวะลูก เหมือนการเล่นอื่นๆ)

นำทางรู้เสียงของแต่ละตัวอักษรแล้ว บอกเสียงต้นของคำได้ แต่แล้วก็เลิกสอน และจนถึงตอนนี้ ก็เปลี่ยนความคิดไปแล้วว่า ไม่มีอะไรที่จำเป็นต้องสอนเลย คงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าหากไม่สอนแม้กระทั่งอ่าน-เขียน แล้วจะอ่านออก-เขียนได้ ได้อย่างไร จริงๆ ก็ไม่เคยพิสูจน์ด้วยตัวเองแต่ก็เชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้น เพราะก็เคยได้ยินบ่อยๆ ที่เด็กบางคนสามารถอ่านหนังสือได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ เช่น 3-4 ขวบ โดยที่ยังไม่ได้ไปโรงเรียน ยังไม่มีใครสอนอ่าน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดๆ แต่เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ หรือในอีกด้าน เด็กที่เรียนอ่าน-เขียนในโรงเรียน ก็ใช่ว่าเรียนพร้อมกันเหมือนกันแล้วจะอ่านได้พร้อมกัน บางคนผ่านไปหลายปีแล้วก็ยังอ่านไม่แตกก็มีให้เห็นอยู่ ดังนั้นจึงคิดว่า สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็กแต่ละคนจริงๆ แต่ละคนมีเรื่องที่มีพัฒนาการเร็ว-ช้าต่างกันไป จะอ่านได้ตอน 3 ขวบ 7 ขวบ หรือ 10 ขวบ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ (สำหรับเด็กบ้านเรียนที่ไม่จำเป็นต้องไปทำข้อสอบในโรงเรียน)

มีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่เคยอ่าน แต่หาอันแรกที่เคยอ่านไม่เจอ เจอบทความอื่นแทน Children Teach Themselves to Read ยกบางท่อนบางตอนมาแปะสักหน่อย

What they found defied every attempt at generalization. Students began their first real reading at a remarkably wide range of ages--from as young as age 4 to as old as age 14. Some students learned very quickly, going from apparently complete non-reading to fluent reading in a matter of weeks; others learned much more slowly. A few learned in a conscious manner, systematically working on phonics and asking for help along the way. Others just "picked it up." They realized, one day, that they could read, but they had no idea how they had learned to do so. There was no systematic relationship between the age at which students had first learned to read and their involvement with reading at the time of the interview. Some of the most voracious readers had learned early and others had learned late.

ผ่านมานานจากที่เคยเล่น Phonics ภาษาอังกฤษกับนำทาง ตั้งแต่ตอนประมาณ 3 ขวบกว่า (ด้วยการร้องเพลงและเล่น blend เสียง) วันดีคืนดี เธอก็นั่งเขียนจดหมายมาให้เมื่อคืนนี้ 2 ฉบับ ให้แม่กับป๊าคนละฉบับ (อีกฉบับเป็นรูปภาพสำหรับน้อง)

นำทาง, บ้านเรียนนำทาง, บ้านเรียน, โฮมสคูล, Homeschool, Unschool, สอนอ่านหนังสือ, สอนเขียนหนังสือ, จดหมาย

แล้วก็บอกให้แม่กับป๊าอ่านเอง ... o_o ... แม่ต้องอ้อนวอนโดยที่ไม่ทำให้ลูกรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเขียนไม่รู้เรื่องเกินไป นำทางจึงอ่านให้ฟัง

ของแม่ความว่า Your present is cat. Happy New Year(s - เธอออกเสียง s ด้วย). HPDSB กับ RLT นี่ลืมไปแล้ว เดี๋ยวต้องแอบตอดถามใหม่แล้วจะมาแก้ไขข้อความ :P
ของป๊าความว่า Your present is hat. Happy New Year(s). Christmas. Happy. RLT.

จากนั้นเช้าต่อมาส่งมาอีกฉบับ ยาวกว่าเดิม ยาวจนพอถามเจ้าตัวยังจำไม่ได้ 555 แม่เลยขอให้เขียนแผ่นใหม่ได้ไหม แผ่นนี้ยับแล้ว แล้วแม่ก็จดตามไปด้วยตอนเธอเขียนไปพูดไป

นำทาง, บ้านเรียนนำทาง, บ้านเรียน, โฮมสคูล, Homeschool, Unschool, สอนอ่านหนังสือ, สอนเขียนหนังสือ, จดหมาย

จดหมายฉบับยาวนี้ ถอดรหัสออกมาได้ว่า

"Mom, could you tell my papa to make some new toys for me, for Numthang?. Because I want my papa make some new toys because this toys make from log. So, mom, could you ask my papa to make new toys from log, please? Because my papa can make many of toys with a log."

อันนี้แม่ถอดจากเสียงเธอพูดเลย ตรงไหนมีเสียง s ก็จดตามนั้น แม้จะซ้ำไปซ้ำมา วกวน และไม่ถูกหลักเท่าไรนัก แต่ก็เข้าใจความโดยรวมได้อยู่ จะเห็นว่าเธอเขียนเป็นอักษรย่อ คือ เขียนแต่เสียงต้นเป็นส่วนใหญ่ มีบางคำที่มีเสียงท้ายบ้าง เช่น เสียง /s/, /k/ ที่นำทางใช้ตัว 'c' (ส่วนเหตุที่นำทางเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษเพราะเธอบอกว่า ภาษาอังกฤษเขียนง่ายกว่า ภาษาไทยมีสระมีอะไรเต็มไปหมด ยุ่งยากกว่า)

ส่วนภาษาไทยยังไม่ได้สอน แต่นำทางก็เคยแยกเสียง-รวมเสียงออกมาเองแล้วเมื่อซักประมาณปีกว่าๆ มั้ง เช่น อ่านหนังสือแล้วพูดว่า สอ สำ ลอ ลี (แมวในเรื่องที่ชื่อ สำลี) หรือนั่งพูด ดอ อี ดี, มอ อา มา คือเธอนั่งพูดแบบนี้ออกมาเองไปเรื่อยๆ เล่นพูดไปคนเดียว แล้วก็มาชวนให้แม่พูดให้ กอ อา แล้วนำทางก็ต่อ 'กา' แบบนี้เป็นต้น

เอาเป็นว่า ยังไม่มีผลที่เห็นได้ชัดเจนจากนำทางในการเรียนอ่าน-เขียนด้วยตัวเอง แต่แม่ก็เชื่อในการเรียนรู้ด้วยตัวเองของเด็กในทุกๆ เรื่อง แค่รอเวลา เมื่อไหร่ได้ผลที่แน่ชัดกว่านี้แล้วจะนำมาเล่าอีกที

Posted in เรื่องเล่าโฮมสคูล

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง