Unnop โฮมสคูลแบบนำทาง (2) ตอน "เด็กในโรงเรียน vs เด็กโฮมสคูล"

by Unnop on Aug 17, 2012


เหตุที่เป็นตอนสอง เพราะว่าเคยเขียนมาพอสมควรแล้วว่าทำไมถึงต้องโฮมสคูล จาก "ข้อเสียของโฮมสคูล (Home School)" และ "โฮมสคูลแบบนำทาง (1) ตอน ทำไมจึงไม่อยากไปโรงเรียน" ในเมื่อมีเว็บเฉพาะแล้วภาคต่อของ "โฮมสคูลแบบนำทาง" จึงขอมาลงไว้ที่นี่ละกัน

นำทาง, ธิลี, เล่นน้ำกระบี่, เด็กโฮมสคูล

โฮมสคูลของบ้านนำทาง จะเป็นในแบบของการศึกษาทุกอย่างสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ทั้งสิ้น ดังนั้นแล้ว สิ่งสำคัญของการศึกษามีอย่างเดียวเท่านั้นคือ ความสามารถในการอ่านหนังสือ หรือ อ่านออก เขียนได้ ดังนั้นผมจึงไม่เคยมีความกังวลใดๆ เลย ว่าจะไม่สามารถสอนลูกได้ เพราะลำพังแค่อ่านออกเขียนได้ คงไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ทำไม่ได้กระมัง
เขียนกันแบบคร่าวๆ ก่อนระหว่างเด็กในโรงเรียนกับเด็กโฮมสคูล ดังนี้
 
เด็กโฮมสคูล :
จะมีเวลาว่างมากกว่าคนอื่น ดังนั้นแล้วเด็กจะสามารถปลดปล่อยพลังที่ตัวเองชอบและสนใจออกมาได้เต็มที่ เด็กสามารถมีเวลาว่างๆ มากมาย ในการคิดทำอะไรได้มากกว่าเด็กในโรงเรียน เด็กมีเวลาอยู่กับตัวเอง ใตร่ตรองเอง คิดเองเงียบๆ เด็กจะค้นพบตัวเองได้ในระยะเวลาอันสั้น ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนรู้อะไรที่ไม่เข้าท่าและไม่ใช่วิถีชีวิตจากในโรงเรียน
 
เด็กจะได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน เลือกในสิ่งที่อยากเลือก ไม่เคยถูกตัดสิน เด็กจึงมีความมั่นใจ มีโอกาสเข้าสังคมที่หลากหลายและมากกว่า ครบถ้วนบุคคล ทุกอายุ ทุกเพศ ทุกวัย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เข้าสังคมเก่ง มีความมั่นใจในตัวเอง เด็กจะแข็งแกร่ง เพราะได้รับการชี้แนะอย่างใกล้ชิดมากๆ ก่อนที่จะเข้าสู่สังคมจริงๆ
 
VS
 
เด็กในโรงเรียน :
จะถูกอัดความรู้ที่ไม่เป็นที่ต้องการตลอดทั้งวันจนพลังหมด แล้วชาร์จพลังใหม่เพื่อไปรับสิ่งเห่ยๆ ที่ไม่ใช่วิถีชีวิต แถมยังล้าหลัง ต่อไปอีกในวันรุ่งขึ้น ไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง จวบจนเวลาผ่านไป 20 ปี กลายเป็นคนติงต๊องคิดอะไรไม่เป็น กลายเป็นยิ่งเรียน ยิ่งโง่ แล้วหากใครต่อต้านการเรียนก็จะยิ่งโง่บัดซบ 
 
วันหนึ่งๆ เรียนเหมือนกัน ทำเหมือนกันหมด ทำพร้อมๆ กันหมด แบบไม่มีทางเลือก เด็กที่ไม่อยากเรียน เรียนไม่เก่ง จะถูกตราหน้าว่าโง่ จึงขาดความมั่นใจและมีโอกาสกลายเป็นเด็กมีปัญหาในอนาคต วันนึงก็เจอกันอยู่แค่ในโรงเรียนแคบๆ นั่นแหละ เห็นหน้ากันจนเบื่อไปข้าง แถมเป็นสังคมแบบสุ่ม ที่ส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มของเด็กร้อยพ่อ พันแม่ มารวมตัวกัน ขาดคนชี้แนะ มักเกิดอาการตามเพื่อนและเคว้งคว้างหาจุดยืนไม่ได้ เวลาออกนอกห้องเด็กจึงเขินอาย ขาดความมั่นใจ รู้จักคบหากันแต่คนอายุรุ่นเดียวกัน ทำให้เข้าสังคมไม่เก่ง ก็เป็นเพราะว่าสังคมน่ะ มันมีอยู่แค่นั้นจริงๆ
 
สุดท้ายขอสรุปโดยยก quote ที่ชอบของเก่าๆ มาลงที่นี่อีกครั้ง
 
"เด็กโฮมสคูล อยากนอนก็ได้นอน อยากตื่นก็ได้ตื่น อยากพักก็ได้พัก อยากเรียนรู้ก็ได้เรียนรู้ กลับกันสำหรับเรื่องนี้กลายเป็นว่า เด็กถูกครหาว่าไม่มีระเบียบวินัย แล้วในความจริงผู้ใหญ่เอง แทบทุกคนก็อยากจะทำตัวแบบนี้กันให้ได้มิใช่หรือ?"
 
"โฮมสคูลยังเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าห้องเรียน โรงเรียน มหาวิทยาลัยเล็กๆอีกด้วย แต่เป็นสังคมของโลกทั้งใบเลยทีเดียว เชื่อว่าถ้ามีมนุษย์อาศัยอยู่ดาวอังคารก็คงจะเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกันได้อีกด้วย"
 
"นับรวมข้อดีที่แสนวิเศษเหล่านี้แล้ว ทำไมเด็กๆ จึงจะอยากไปโรงเรียนอีกเล่า"

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง